มนุษย์ออฟฟิศหลายคนพอได้ยินคำว่า “ประกันชีวิตแบบเบี้ยทิ้ง” (เช่น ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ หรือประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา) มักจะรู้สึกเสียดายเงิน เพราะคิดว่า “ถ้าเราไม่ป่วยหรือไม่ตาย เงินที่จ่ายไปทุกปีก็จะหายวับไปฟรีๆ” แล้วก็มักจะหันไปซบ “ประกันแบบคืนเงิน” (สะสมทรัพย์/บำนาญ) แทน
ประกันแบบ "เบี้ยทิ้ง"
จ่ายเงินกินเปล่าปีต่อปี (หรือจ่ายคงที่ตามระยะเวลา) หากไม่เกิดเหตุตามเงื่อนไข เงินก้อนนั้นจะกลายเป็นกองกลางในการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับผู้เอาประกันคนอื่น
- ข้อดี: “จ่ายน้อย แต่ได้ความคุ้มครองสูงลิ่ว” (High Leverage) เหมาะมากสำหรับการโอนย้ายความเสี่ยงก้อนใหญ่ที่เงินเก็บเราจ่ายไม่ไหว เช่น ค่าผ่าตัดหลักล้าน หรือเงินก้อนโตให้ครอบครัวหากเราจากไปกะทันหัน
- ข้อเสีย: ไม่มีความเป็นสินทรัพย์ ไม่มีเงินคืนเมื่อสัญญาสิ้นสุด จ่ายทิ้งปีต่อปี
เหมาะกับพนักงานออฟฟิศกลุ่มไหน?
- สเตจสร้างตัว เงินเดือนยังไม่สูงมาก แต่อยากได้หลักประกันความปลอดภัย
- คนที่มี “ภาระข้างหลัง” เช่น มีหนี้บ้าน หนี้รถ หรือต้องดูแลพ่อแม่/ลูก (เพราะใช้เงินหลักพัน ซื้อความคุ้มครองหลักล้านได้ทันที)
ประกันแบบ "เบี้ยคืนเงิน"
ส่งเบี้ยตามกำหนด แล้วจะมีเงินคืนระหว่างทาง หรือคืนเป็นเงินก้อนใหญ่เมื่ออยู่ครบสัญญา (เช่น ประกันสะสมทรัพย์ 10/5, 15/25 หรือประกันบำนาญ)
- ข้อดี: ได้วินัยในการออมเงินแบบภาคบังคับ ได้เงินก้อนคืนชัวร์ๆ ตามสัญญาหากอยู่ครบ และมีความเสี่ยงต่ำมากเมื่อเทียบกับการลงทุนรูปแบบอื่น
- ข้อเสีย: “เบี้ยแพง แต่ความคุ้มครองต่ำ” ถ้าอยากได้วงเงินความคุ้มครอง 1 ล้านบาท อาจต้องส่งเบี้ยปีละหลายหมื่นหรือเป็นแสน และผลตอบแทน (IRR) มักจะชนะเงินฝากประจำแค่เล็กน้อยเท่านั้น (เฉลี่ยประมาณ 1.5% – 2.5% ต่อปี)
เหมาะกับพนักงานออฟฟิศกลุ่มไหน?
- คนที่เก็บเงินเองไม่อยู่ ได้โบนัสมาก็ใช้หมด อยากหาตัวช่วยบังคับออมเงิน
- คนที่รับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นหรือกองทุนรวมไม่ได้เลย แต่อยากได้ผลตอบแทนที่แน่นอน
- คนที่ต้องการ ฐานภาษีปลอดภัย เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีช่วงปลายปี (ได้คืนภาษีชัวร์ๆ)
ตารางเปรียบเทียบมวยคู่เอก (สำหรับมนุษย์เงินเดือน)
ฟังก์ชัน | ประกันแบบ “เบี้ยทิ้ง” | ประกันแบบ “เบี้ยคืนเงิน” |
วัตถุประสงค์หลัก | ปกป้องความเสี่ยง / อุดรอยรั่วทางการเงิน | ออมเงิน / วางแผนเกษียณ / ลดหย่อนภาษี |
ขนาดเบี้ยประกัน | ถูก (หลักร้อยถึงหลักพัน/หมื่นต้นๆ) | แพง (หลักหมื่นกลางๆ ไปจนถึงหลักแสน) |
วงเงินความคุ้มครอง | สูงมาก เมื่อเทียบกับค่าเบี้ย | ต่ำ เน้นสะสมมูลค่าเงินออมมากกว่า |
สิทธิ์ลดหย่อนภาษี | ลดหย่อนได้ (สูงสุด 100,000 บาทสำหรับชีวิต / 25,000 บาทสำหรับสุขภาพ) | ลดหย่อนได้ (สูงสุด 100,000 บาทสำหรับสะสมทรัพย์ / 200,000 บาทสำหรับบำนาญ) |
สูตรสำเร็จการเลือกซื้อฉบับพนักงานออฟฟิศ
นักวางแผนการเงินมักแนะนำกฎ “Buy Term, Invest the Rest” หรือการแยกหน้าที่ของเงินให้ชัดเจนครับ
- อุดรอยรั่วด้วยเบี้ยทิ้งก่อน: เช็กสวัสดิการของบริษัท (ประกันกลุ่ม) ว่าครอบคลุมไหม ถ้ายังไม่พอ ให้ซื้อประกันสุขภาพ/อุบัติเหตุแบบ “เบี้ยทิ้ง” เพิ่ม เพื่อไม่ให้เงินเก็บทั้งหมดของเราต้องหมดไปกับค่าหมอเมื่อเจ็บป่วย
- เหลือเงินค่อยไปออม/ลดหย่อน: หากอุดรอยรั่วหลักล้านเรียบร้อยแล้ว และยังมีเงินเหลือ + อยากได้ตัวช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่ม ค่อยเจียดเงินไปลงกับประกันแบบ “คืนเงิน” หรือประกันบำนาญครับ
แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ
มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ
- Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
- มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
- มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
- ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
- มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
- มีภาษาไทย